Home Page by K2 Home Page by JSN PageBuilder

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรถตู้

รวมเรื่องน่ารู้ เทคนิค ทั้งสำหรับผู้เช่ารถ และผู้ให้บริการรถตู้ให้เช่า

กระดาษแข็ง เป็นวัสดุที่ต้องทางในอุตสาหกรรมต่าง ๆ สูงมาก โดยเฉพาะกระดาษแข็งของบริษัท สิงห์ชัย อุตสาหกรรมมีคุณภาพสูงที่เป็นเกรดกระดาษที่มีมูลค่าสูงสุด เนื่องจากความทนทานหมายถึงเส้นใยกระดาษที่ยาว ใช้สำหรับทำกล่องและวัสดุบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ ในภาคอุตสาหกรรม กล่องกระดาษแข็งสามารถเอาชนะกล่องไม้ได้ กลายเป็นบรรจุภัณฑ์ป้องกันและขนส่งในสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก และยังส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

เต็นท์รถมือสองกรุงเทพ เป็นสถานที่ที่คุณสามารถค้นหารถมือสองที่มีคุณภาพและราคาที่คุ้มค่าในกรุงเทพฯ รถมือสองเป็นทางเลือกที่ยอมรับในการอัพเกรดหรือเริ่มต้นใหม่ในการซื้อรถ ด้วยความต้องการที่หลากหลายในการขับขี่และการตรวจสอบของรถมือสองที่สมบูรณ์ที่เสน่ห์รถบ้านให้คุณทุกประเภทที่คุณต้องการ

ท่านผู้ที่เคยใช้บริการเช่ารถตู้ NGV ต่างทราบกันดีถึงความประหยัด และความแตกต่างเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างการเช่ารถตู้น้ำมันกับรถตู้ NGVจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมรถตู้ NGV ถึงเต็มไปหมด (เห็นรถตู้บนท้องถนน ถ้าเป็นสีขาวให้เดาไว้ก่อนเลยว่าเป็นรถตู้ NGV - ถ้าเป็นสีบรอนซ์เงินให้เดาไว้เลยว่าเป็นรถน้ำมัน)

โดยปกติราคาค่าเช่ารถตู้ที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาล หรือช่วงที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายๆ วัน ถ้าเป็นรถตู้ใช้น้ำมัน ค่าเช่าจะอยู่วันละ ประมาณ 1,800 บาท/วัน - 2,000 บาท/วัน (ขึ้นอยู่กับระยะทาง) ถ้าเป็นรถตู้ใช้ NGV จะอยู่ที่วันละ 2,000 บาท/วัน-2,200 บาท/วัน (ขึ้นอยู่กับระยะทาง) ซึ่งตรงนี้แหละครับจะเป็นตัววัดว่ามาตรฐานของผู้ให้บริการอยู่ระดับไหน เพราะอย่างที่กล่าวข้างต้น ผู้ให้บริการบางรายจะฉวยโอกาสขึ้นค่าเช่าในช่วงที่เป็นวันหยุดยาวๆ แต่ถ้าเป็นผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานสูงเขาจะมีราคาที่แน่นอนไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนก็ตาม

loeivan59 5

ปัจจุบัน รถตู้เช่า ที่มีการบริการทั่วไป จะแบ่งประเภทในเรื่องของการิการ มี 2 ประเภท คือ

1. รถตู้เช่าแบบธรรมดา
2. รถตู้เช่าแบบวีไอพี

และ แบ่งประเภทของรถตู้เช่า ตามลักษณะการใช้เชื้อเพลง ออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. รถตู้เช่าใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันดีเซล
2. รถตู้เช่าใช้แก๊ส LPG
3. รถตู้เช่าใช้แก๊ส NGV

รถตู้ที่ใช้ NGV ทุกคัน ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ อยากไปติด NGV แล้วเอามาวิ่งได้เลยนะครับ การติดตั้งจะต้องผ่านการตรวจสอบการวิศวกร และยังต้องมีหนังสือรับรองเพื่อยืนยันว่ามีการตั้งได้มาตรฐานและมีวิศกรเซ็นต์รับ และทุกๆ ปี จะต้องนำรถไปตรวจสอบความสมบูรณ์ของอุปกรณ์กับบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากทางการ

รถตู้ให้เช่า LPG

ก๊าซหุงต้ม มีชื่อเป็นทางการว่าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (liquefiedpetroleumgas:LPG)หรือเรียกย่อๆว่าแอลพีจีเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแยกน้ำมันดิบในโรงกลั่นน้ำมันหรือการแยกก๊าซธรรมชาติ ในโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียมเหลวประกอบด้วยส่วนผสมของไฮโดรคาร์บอน 2 ชนิด คือ โพรเพนและบิวเทน ในอัตราส่วนเท่าใดก็ได้ หรืออาจจะเป็นโพรเพนบริสุทธิ์ 100% หรือบิวเทนบริสุทธิ์ 100% ก็ได้

ก๊าซปิโตรเลียมเหลวสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้ม ในครัวเรือน ในโรงงานอุตสาหกรรม และในยานพาหนะได้ ดังนั้น หากนำมา
ใช้กับรถยนต์ ก็จะเป็นการประหยัดในเรื่องของค่าใช้จ่ายของเชื้อเพลิงในการเดินทางไปได้มาก


ระบบความปลอดภัย ความปลอดภัยของระบบเชื้อเพลิงก๊าซ ( LPG SAFETY ADVICE )

ระบบ LPG ที่ใช้กับรถตู้ ซึ่งผลิตโดย BRC ได้ถูกออกแบบตามมาตรฐานที่ให้ความปลอดภัยสูง ตามมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป ECE 67 ซึ่งทำให้รถของท่านมีความปลอดภัยสูง และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

กรณีที่สงสัย หรือพบว่ามีการรั่วไหลของแก๊ส ควรปฏิบัติดังนี้

1. ดับเครื่องยนต์ และเคลื่อนย้ายไปที่อากาศถ่ายเท
2. ปิดวาล์วทันทีเมื่อพบแก๊สรั่ว (มีกลิ่นเหม็น) หรือ ได้ยินเสียงรั่วซึม
3. หยุดการกระทำที่อาจเกิดประกายไฟ ตรวจหาจุดรั่วซึมและแก้ไขจนกว่ามีการรั่วซึม
4. หากทำการแก้ไขด้วยตัวเองไม่ได้ทำการสับสวิทช์มาใช้เบนซินและนำรถมาซ่อมที่ศูนย์ติดตั้ง

loeivan59 1

รถยนต์จัดเป็นสินทรัพย์ที่ทำรายได้ประเภทหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่นกัน เริ่มตั้งแต่การจัดซื้อรถยนต์ ติดตามด้วยค่าประกันภัยค่าซ่อมบำรุงรักษา และภาษีประจำปี ซึ่งนับวันค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นในการดำเนินธุรกิจหลายแห่งจึงใช้บริการรถเช่าแทนที่จะทำการจัดซื้อรถยนต์ไว้ใช้เอง ซึ่งทำให้ได้รับความสะดวกสบาย ลดความยุ่งยากและลดต้นทุนในการบริหารรถยนต์ โดยยกภาระดังกล่าวให้บริษัทรถเช่าที่มีประสบการณ์สูงไปดำเนินการแทน

ลักษณะทั่วไปของธุรกิจรถเช่า

ลักษณะทั่วไปของการประกอบกิจการธุรกิจรถเช่า จำแนกได้เป็น 2 ประเภทคือ

1. การให้เช่ารถยนต์เพื่อการดำเนินงาน (Operating Lease) เป็นการให้เช่าที่ทำเป็นสัญญาเช่าให้สิทธิลูกค้าใช้รถยนต์เป็นระยะนับปี โดยลูกค้าจะจ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือนและรับผิดชอบในส่วนของค่าน้ำมันที่ใช้ ส่วนผู้ให้เช่ารับผิดชอบในค่าบำรุงรักษา ค่าประกันภัย ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และเมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่าแล้ว ผู้ให้เช่าสามารถนำทรัพย์สินดังกล่าวออกให้ผู้อื่นเช่าได้อีก กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทเอกชน หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ
2. การให้เช่ารถยนต์ชั่วคราวระยะสั้น (Rental) เป็นการให้เช่าที่ให้สิทธิลูกค้าเลือกที่จะใช้บริการเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน โดยมีรถยนต์ให้เลือกใช้งานหลายประเภททั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถตู้และรถปิคอัพที่มีให้เลือกหลายรุ่นหลายขนาด พร้อมทั้งให้บริการคนขับหรือเลือกขับเองก็ได้
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรถเช่าประมาณ 180 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ให้บริการเช่ารถยนต์ชั่วคราวเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่จะให้เช่าเพื่อการดำเนินงาน
ธุรกิจรถเช่า : ประโยชน์หลากหลายที่ลูกค้าจะได้รับ

จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวลงจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ มากขึ้น อาทิ อัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และอัตราเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการภาคเอกชน หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจหันมาใช้บริการเช่ารถยนต์เพื่อการดำเนินงาน (Operating Lease) มากขึ้น ทดแทนการซื้อรถยนต์มาใช้งาน ซึ่งผู้เช่าจะได้รับประโยชน์จากบริการ ดังนี้

1.ลดภาระทางการเงิน ซึ่งไม่ต้องลงทุนจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อรถยนต์
2.ค่าเช่ารถยนต์ถือเป็นค่าใช้จ่ายขององค์กร สามารถนำไปลงรายการในบัญชีค่าใช้จ่ายได้
3.มีบริการซ่อมบำรุงและตรวจเช็คสภาพรถยนต์ตามระยะทางตลอดอายุสัญญาการใช้งาน ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถยนต์ รวมทั้งยังช่วยลดภาระในด้านบุคลากรที่ต้องทำหน้าที่ในส่วนนี้ด้วย
4.ได้รับบริการที่สะดวกและคล่องตัวในกรณีรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งผู้ประกอบการรถเช่าจะมีพนักงานให้คำแนะนำพร้อมช่างฉุกเฉิน และรถซ่อมบำรุงเคลื่อนที่ออกให้ความช่วยเหลือ ขณะเดียวกันยังมีรถยนต์ให้บริการระหว่างการซ่อมบำรุงที่ใช้เวลามากกว่า 1 วันด้วย


ขอบคุณข้อมูลจาก สมาคมรถเช่าไทย www.tcra.or.th

ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่า ธุรกิจการเช่ารถตู้ มีให้เลือกเช่ารถตู้มากมายหลากหลายประเภท ซึ่ง มีรถตู้รุ่นใหม่ออกมาวิ่งกันมากมายเกลื่อนกล่นเลยทีเดียว ซึ่งปกติส่วนใหญ่จะเป็นรถโตโยต้า คอมมิวเตอร์ ถึง 99.9% อาจจะมีรถของประเทศจีนเริ่มเข้ามาวิ่งบ้าง แต่ยังไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะผู้ใช้ยังตระหนักถึงการบำรุงรักษา และเรื่องของอะไหล่ในระยะยาว สำหรับ ในเรื่องเกี่ยวกับเทคนิค

คำแนะนำ เทคนิคการเช่ารถตู้

การเช่ารถตู้นั้น ทาง vancarforday.com ( บริการรถตู้ให้เช่า ) ก็จะขอแนะนำเทคนิคการเช่า และวิธีการเช่ารถตู้ ที่ถูกวิธี ดังต่อไปนี้

รถตู้ให้เช่ายี่ห้อโตโยต้ารุ่นคอมมิวเตอร์ที่เราๆท่านๆเห็นวิ่งกันอยู่ทั่วไปนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

- แบบที่ 1 คือ รถที่ใช้น้ำมันดีเซลซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์ระบบคอมมอนเรลปกติที่เห็นกันส่วนใหญ่ตัวถึงรถจะเป็นสีบรอนซ์เงิน ประมาณ 99% (ประเมิณเอาเอง)

- แบบที่ 2 คือ รถที่ใช้น้ำมันเบนซินซึ่งส่วนใหญ่เช่นกันจะมีการติดตั้งระบบNGVเข้าไปด้วยเพื่อประหยัดค่าเชื้อเพลิงซึ่งจะมีแต่สีขาว(ยังไม่เคยเห็นสีอื่นเลย)


เช่า รถตู้ NGV แล้ว ดีอย่างไร ?

ถ้าพูดถึงความประหยัดค่าใช้จ่ายของค่าเชื้อเพลิงแล้ว ยังไงก็ต้องยกให้รถตู้ NGV เพราะเฉลี่ยค่าใช้จ่ายแล้วจะอยู่ที่ ประมาณ 1.5 บาท/กม. แต่ถ้าเป็นรถน้ำมันค่าใช้จ่ายค่าเชื้อเพลิงจะอยู่ที่ประมาณ 5.0-5.50 บาท/กม. ซึ่งจะเห็นได้ว่ารถที่ใช้ NGV จะประหยัดกว่ารถที่ใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 4-5 เท่า ยิ่งเดินทางไกลมากเท่าไร ความแตกต่างของค่าใช้จ่ายยิ่งมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ผู้ที่เคยใช้บริการเช่ารถตู้ NGV ต่างทราบกันดีถึงความประหยัด และความแตกต่างเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างการเช่ารถตู้น้ำมันกับรถตู้ NGV จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมรถตู้ NGV ถึงเต็มไปหมด (เห็นรถตู้บนท้องถนน ถ้าเป็นสีขาวให้เดาไว้ก่อนเลยว่าเป็นรถตู้ NGV - ถ้าเป็นสีบรอนซ์เงินให้เดาไว้เลยว่าเป็นรถน้ำมัน) แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเส้นทางที่เราไปนั้นจะต้องจ่ายค่าเชื้อเพลิงประมาณเท่าไร?.. เรื่องนี้ไม่ยากครับ เพียงเรารู้ว่าปลายทางที่เราจะเดินทางไปนั้นมีระยะทางกี่กิโลเมตร จากนั้นเราก็เอา 2 คูณ เพื่อให้เป็นระยะทางรวมไปและกลับ เช่นไปเชียงราย ระยะทางประมาณ 848 กม. (ต้นทางคือ กทม.) เอา 2 คูณ ก็จะได้ 1,696 กม. ซึ่งเป็นระยะทางไปและกลับ

- ถ้าเป็นรถตู้ใช้ NGV คุณต้องจ่าย (1,696x1.5) โดยประมาณ 2,953.5 บาท
- ถ้าเป็นรถตู้ใช้น้ำมัน คุณต้องจ่าย (1,696x5.5) โดยประมาณ 9,328.0 บาท


ความปลอดภัยของรถที่ใช้ NGV

รถตู้ที่ใช้ NGV ทุกคัน ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ อยากไปติด NGV แล้วเอามาวิ่งได้เลยนะครับ การติดตั้งจะต้องผ่านการตรวจสอบการวิศวกร และยังต้องมีหนังสือรับรองเพื่อยืนยันว่ามีการตั้งได้มาตรฐานและมีวิศกรเซ็นต์รับ และทุกๆ ปี จะต้องนำรถไปตรวจสอบความสมบูรณ์ของอุปกรณ์กับบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากทางการ พร้อมออกหนังสือรับรองแบบปีต่อปี (ไม่ใช่ออกให้ครั้งเดียวใช้จนรถพัง) ถ้าพูดถึงเรื่องความปลอดภัย มีอีกข้อให้สังเกต ระหว่างการเติมก๊าซกับการเติมน้ำมัน ถ้าเป็นการเติม NGV บางสถานีเขาจะให้ผู้โดยสารลงจากรถ เหตุผลคือเรื่องของความปลอดภัย และรถต้องดับเครื่องทุกครั้งจึงจะเติมให้ แต่จุดที่น่าสังเกตอยู่ที่หัวเติมก๊าซ จะมิดชิด มีระบบป้องกันความปลอดภัยกว่าการเติมน้ำมัน ระบบความปลอดภัยจะสูงกว่าการเติมน้ำมันอย่างเห็นได้ชัด ปกติเวลารถเข้าเติมน้ำมัน ถังน้ำมันเปิด หัวจ่ายเสียบเข้าถัง สังเกตดีๆ เราจะเห็นไอของน้ำมันระเหยตลอดเวลา ยิ่งช่วงแดดร้อนจัดๆ จะเห็นชัดมาก หากเกิดประกายไฟสักนิดเดียว เป็นเรื่องทันที ซึ่งถ้าเป็นการเติมก๊าซ NGV เราจะไม่เห็นในลักษณนี้เลย อีกอย่างคือ รถที่เข้าเติม จะดับเครื่องหรือไม่ก็ได้ (ทั้งๆ ที่เป็นกฏของความปลอดภัย)

ที่มาของบทความโดย : ThaiBizCenter

คำว่า VIP ได้ฟังแล้ว ทำให้เกิดความรู้สึก ถึงความมีระดับ ความสวยหรู และ หรูหรา มีความครบครัน ในเรื่อง สิ่งอำนวยความสะดวกและที่สำคัญ ราคาอาจแพง กว่า รถตู้เช่า แบบธรรมดา ทั่วๆ ไป ซึ่งทั้งหมด ก็ เป็นจริงครับ เนื่องจากรถตู้ประเภทนี้ จะมีการตกแต่งในด้านความหรูหรา และการให้บริการที่ดีเลิศ ทั้งความบันเทิง ความสะดวกสบายในเรื่องเบาะนั่งผู้โดยสาร ตลอดจน มีสิ่งบันเทิง เช่น ทีวีเครื่องเล่นเพลง คาโอเกะ ความโอ่โถง เป็นต้น ซึ่ง vancarforday.com ( บริการรถตู้เช่า ) ก็ มีรถตู้วีไอพี คอยบริการทุกท่าน เช่นเดียวกัน

คุณจะจ่ายแพงกว่าทำไม !

“เรามีรถระดับ VIP แต่ราคาแบบธรรมดา”

1.บริการ รถตู้ให้เช่า รับส่งจากโรงแรม-สนามบิน

2.สนามบิน-ไปยังที่ต่างๆ โดยรถตู้เช่าระดับ VIP สะดวกสบาย ราคาแสนถูกแบบไทยๆ ปลอดภัยเพราะเราเป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมพนักงานขับรถที่ผ่านการอบรมมารยาท และการขับรถตู้มาอย่างดี

3.เรามีใบเสร็จรับเงินสำหรับทุกท่าน เพื่อยืนยันและการันตีความปลอดภัยโดยมีประกันภัยให้ผู้โดยสารทุกท่าน

4.บริการทั้งคนไทยและชาวต่างชาติด้วยความประทับใจ ยินดีที่ได้บริการคืองานของเรา

พื้นที่ ทั่วไปบนเขาค้อ เป็นพื้นที่ราบบนภูเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเล 800-1000 เมตร ซึ่งอาจใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์มากกว่า 1500 ซีซี ขึ้นไปก็เพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวอย่างสบายๆ  

แต่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบางแห่งที่มีความสูงมากขึ้น โดยเฉพาะ 3 จุดหลัก คือ 1. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ 2.พระตำหนักเขาค้อ และ 3. ภูทับเบิก อาจต้องใช้กำลังของเครื่องยนต์มากขึ้น และต้องการผู้ขับขี่ที่มีความชำนาญพอสมควร จึงควรศึกษาหลักการคร่าวๆ สำหรับการขับรถขึ้น-ลง พื้นที่ลาดชัน เพื่อป้องกันความผิดพลาด และเพื่อเป็นการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของรถท่านเอง

หลักการขับรถขึ้นเขาคร่าวๆ ซึ่งเป็นการแนะนำมาจาก คุณ alex_09 พอสรุปได้ดังนี้ครับ

* ควรใช้เกียร์ ต่ำ ปรับเปลี่ยนเกียร์เมื่อรถเสียกำลังอย่าลากเกียร์จนหมดแรงส่ง ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ให้ใช้เกียร์ 2 ในการขับขึ้นเขาลงเขา และเปลี่ยนไปใช้เกียร์ D บ้าง เมื่อรถอยู่ในทางราบ การขับให้ใช้เกียร์ช่วยตลอดทางเกียร์อัตโนมัติไม่พังง่ายๆ 

  * เมื่อขับลงเขาที่ลาดชันมากและยาวไกล ก่อนเข้าโค้งให้เปลี่ยนเกียร์จากตำแหน่ง D มา 2 ถ้า 2 ยังเอาไม่อยู่ให้เปลี่ยนมา L แต่อย่าเปลี่ยนเกียร์ขณะฝนตกทางลื่นรถจะเสียการทรงตัว การใช้เกียร์แต่ละเกียร์ควรดูสภาพทางเป็นหลักในการพิจารณา ส่วนเกียร์ธรรมดาการทำงานจะง่ายกว่า มีเกียร์ให้เล่น 5 ตำแหน่ง และมีคลัทช์ช่วยในการส่งกำลังไปยังล้อตามที่เราต้องการได้ทุกขณะ แต่เกียร์อัตโนมัติบางรุ่นจะทำงานไม่ได้อย่างที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นควรประเมินสภาพทางก่อนใช้เกียร์ดีที่สุด

* การขับเข้าโค้งธรรมดาหรือบนภูเขา ควรมองให้ไกลให้ลึกและให้คนนั่งข้างช่วยดูสภาพทางด้วย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมาให้ใช้วิธีตัดโค้งวิธีนี้จะช่วยให้รถทรงตัวดี, เข้าโค้งได้เร็ว, รถไม่ใช้กำลังมาก ลูกปืนล้อมไม่ทำงานหนัก, ยางก็ไม่ล้มตัวมาก หน้ายางจะสัมผัสผิวถนนได้มากตามไปด้วย แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมา สมมุติจะเข้าโค้งขวาก่อนเข้าโค้งให้ถอนคันเร่งลง หัดพวงมาลัยไปทางซ้ายนิดหนึ่ง แล้วหักพวงมาลัยมาทางขวาเพื่อทำโค้งให้กว้างขึ้น ใช้พื้นที่ถนนทุกตารางนิ้ว ถ้ารถจะเลี้ยวซ้ายก็ให้เลี้ยวทางขวานิดหนึ่งแล้วเลี้ยวซ้าย การฝึกใหม่จะรู้สึกฝืนความรู้สึกบ้าง ถ้าขับชำนาญแล้วก็จะชินไปเอง

* การขับรถเข้าโค้งหักศอกขึ้นเขารูปฟันปลา การขับแบบนี้ต้องให้ผู้ช่วยดูรถด้านซ้ายด้วยโดยมองถนนด้านบนก่อนว่าไม่มีรถ สวนลงมา กดแตรรถก่อนจะขับขึ้นไป หลักการขับก็เหมือนเข้าโค้งธรรมดา จะเลี้ยวซ้ายก็หักพวงมาลัยไปทางขวาก่อนแล้วหักพวงมาลัยไปทางซ้ายเข้าโค้ง เมื่อรถเข้าโค้งล้อหน้าจะเกิดแรงต้าน รถต้องใช้กำลังมาก ทำให้รถรถขับขึ้นได้ช้า ควรคืนพวงมาลัยกลับมาบ้าง และเร่งเครื่อง ทำแบบนี้เป็นจังหวะไปมาจนพ้นโค้ง การขับลงโค้งแบบนี้อย่าใช้ความเร็ว ควรลงช้าๆ ใช้เบรกช่วยชะลอความเร็วแต่อย่าเหยียบแรง ท้ายรถจะปัด ยิ่งหน้าฝนท้ารถจะปัดได้ง่าย ถ้าท้ายรถปัดรถจะเสียการทรงตัว ให้หักพวงมาลัยไปทิศทางท้ายรถ เช่น เลี้ยวซ้ายท้ายรถปัดไปทางขวาก็ให้หักพวงมาลัยไปทางขวา เมื่อรถทรงตัวได้แล้วบังคับให้บังคับรถไปในทิศทางที่ต้องการ ถ้าเอาไม่อยู่ให้เลือกทางภูเขาไว้ก่อน อย่าเลือกทางหน้าผาก็แล้วกัน

* การเพิ่มระยะทางการเบรก การเบรกรถกะทันหัน รถเราอาจไปชนรถข้างหน้า ควรเลี้ยวรถดึงพวงมาลัยไปทางไหล่ทาง หรือมีพื้นที่เพื่อเพิ่มระยะทางการเบรก
* การขับรถบนภูเขาที่มีทางคดเคี้ยวไปมาเป็นเวลานานๆ เมื่อถึงทางตรงลงเขายาวไกล อย่าขับเร็วเด็ดขาด คนขับส่วนมากจะขับเร็วรถมาก อันตรายมากนะครับทางแบบนี้ น้ำหนักรถ ความเร็ว ระยะทางถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เช่น มีรถ, คน, ฯลฯ ขึ้นจากข้างทางหักหลบไม่พ้นแน่ ถึงจะหักหลบได้แต่รถต้องเกิดอะไรแน่นอน ไม่พลิกคว่ำ แหกข้างทางเข้าป่า หรือไม่ก็ชนรถที่วิ่งสวนมา 

* การขับรถโค้งต่อเนื่องรูปตัว S มองให้ไกล มองให้ลึก เมื่อแน่ใจว่าทางว่าง ไม่มีรถสวนมาให้ถอนคันเร่งลง แล้วเสียบตัดโค้งในแนวการขับเป็นเส้นตรงที่สุด ง่ายไหม? ...ครับ แต่การขับรถลักษณะนี้ถ้าไม่แน่ใจเส้นทางข้างหน้าหรือทัศนวิสัยไม่ดีควรขับ เข้าทางโค้งธรรมดา อยู่ในทางของเราเอง

* การขับในทัศนวิสัยไม่ดี ทางโค้งแคบที่มีสันเขาบังสายตา ควรเข้าโค้งแบบธรรมดา ต้องบีบแตรส่งสัญญาณทุกครั้งก่อนจะเข้าโค้งเพื่อป้องกันรถที่วิ่งสวนมา เนื่องจากคนที่ขับรถเจ้าถิ่นบนภูเขาเป็นประจำจะขับรถตัดโค้ง

 * ทางลูกรังหรือทางที่มีหินลอย ทางแบบนี้ถือได้ว่าเป็นทาง 'ปราบเซียน' กลิ้งกันมาหลายคันครับ การที่ล้อรถลอยตัวขณะวิ่งเข้าโค้งเราไม่สามารถบังคับได้อย่างที่ต้องการ และการที่เราไม่คุ้นเคยกับเส้นทางมาก่อนก็ไม่ควรขับรถด้วยความเร็ว

ข้อควรระวัง

   1.ขณะขับรถขึ้นทางชันหรือขึ้นเขา ควรเร่งความเร็วให้สม่ำเสมอ เพิ่มกำลังเครื่องยนต์อย่างนุ่มนวล แต่อย่าเบิ้ลอย่างรุนแรงนะครับ เพราะนอกจากความเร็วจะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน ไปโดยเปล่าประโยชน์ อีกด้วย

    2. อย่าใช้เกียร์ว่างในขณะลงเนินชัน หรือลงเขาโดยเด็ดขาด!! เพราะจะทำให้รถไหลลงด้วยความเร็วสูง โดยไม่มีแรงหน่วงของเครื่องยนต์ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรใช้เกียร์ต่ำ และค่อยๆปล่อยรถให้ไหลลงเนินตามรอบเครื่องยนต์ และอย่าลืมควบคุมความเร็วของรถให้สัมพันธ์กับเกียร์ ด้วยนะครับ

    3. ควรใช้เกียร์ 1 หรือ เกียร์ 2 ในขณะขับรถขึ้นเขา เพราะถ้าใช้เกียร์ที่สูง อย่างเช่นเกียร์ 3, 4 หรือ 5 จะทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลังและแรงฉุดมากพอที่จะเคลื่อนที่ขึ้นเนินเขา นอกจากนี้ยังเป็นการผลาญน้ำมันโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

ที่มา http://www.khaoko.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=575914

Go to top